โรงรถไม้ระแนง

การต่อเติมโรงรถด้วยไม้ระแนง

ซุ้มระแนงไม้สำหรับจอดรถ

บ้านทั่วๆไป หรือ บ้านในโครงการจัดสรรในปัจจุบันมักจะมีการออกแบบโรงรถให้มีหลังคาหรือชายคาที่ยื่นไม่เพียงพอที่จะป้องกันแดดและฝนให้กับรถ   หรือในบางหลังเจ้าของบ้านต้องการพื้นที่ใช้สอย เลยมีการใช้พื้นที่ในโรงรถเดิม ไม่ว่าจะเป็นวางของ หรือแม้กระทั่งการต่อเติมโรงรถให้เป็นห้องใช้งาน      ทำให้ต้องมีการขยับขยายต่อเติมปรับปรุงโรงรถเพื่อให้มีชายคาหรือร่มเงาที่ป้องกันแดดและฝนสำหรับรถสวยๆของเรา

การต่อเติมโรงรถทั่วไปมี 2 ลักษณะ

1. โครงสร้างหนัก    คือการต่อเติมแบบเป็นอาคาร เช่นการทำโรงรถด้วยโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก การลงเข็มหรือใช้เข็มเจาะ  การใช้หลังคากระเบื้องแบบต่างๆ  การต่อเติมโรงรถลักษณะนี้ถือเป็นเรื่องที่ใหญ่พอควร เพราะต้องมีการเตรียมการและการออกแบบที่สวยงามและใช้โครงสร้างที่แข็งแรงที่มีการคำนวณทางวิศวกร  และมีการทำงานที่หน้างานที่ใช้ระยะเวลานาน วุ่นวาย อย่างน้อยเกือบๆ 1เดือน

ข้อดีคือ  แข็งแรงเพราะเป็นโครงสร้างคอนกรีต  ถ้ามีพื้นที่เพียงพอ มีการออกแบบที่ดีสวยงามและลงตัว จะได้โรงรถที่ดูเป็นส่วนหนึ่งของตัวบ้าน

ข้อเสีย คือใช้ระยะเวลาก่อสร้างนาน ราคาสูง การก่อสร้างจะมีความวุ่นวายตอนสร้าง และถ้ามีพื้นที่ไม่เพียงพอจะทำให้บ้านดูทึบ อึดอัด  และถ้าไม่มีการคำนวณทางวิศวกรรมที่ดี จะเกิดการทรุดตัวพังได้ ถ้ามีปัญหาภายหลังจะปรับเปลี่ยนเคลื่อนย้ายหรือแก้ไขอะไรได้ยากต้องทุบทิ้งอย่างเดียว

2.โครงสร้างเบา  คือการต่อเติมโรงรถที่ใช้โครงสร้างเบาเช่น พวกโครงเหล็ก โครงสแตนเลส หรือโครงไม้ระแนง และใช้หลังคาที่เป็นวัสดุน้ำหนักเบาแบบโปร่งและทึบแสงมามุงเช่นแผ่นโพลี,ดีไลท์,แผ่นชิงเกิ้ล,ไวนิลลักษณะโครงสร้าง อาจทำเป็นกันสาด หรือตั้งเสาและมีการลงเข็มสั้น หรือไม่ลงเข็มก็ได้(ขึ้นกับลักษณะพื้นที่) เพราะวัสดุรวมที่ทำรวมถึงหลังคาที่ใช้มีน้ำหนักเบา  การต่อเติมโรงรถลักษณะนี้ เป็นที่นิยมในปัจจุบัน เพราะรวดเร็วในการก่อสร้างและมีราคาถูก

ข้อดีคือ ก่อสร้างได้รวดเร็ว  ประหยัด ไม่วุ่นวายกับการก่อสร้างที่หน้างาน หลังคาอาจใช้วัสดุโปร่งแสง ตลอดจนโครงสร้างที่ดูบางทำให้ดูโปร่งไม่อึดอัด เมื่อเทียบกับโรงรถที่เป็นโครงสร้างปูนหลังคากระเบื้องรื้อถอนเคลื่อนย้าย ปรับเปลี่ยนได้ง่ายในอนาคต

ข้อเสียคือ ความแข็งแรงที่ไม่เท่างานโครงสร้างคอนกรีต และถ้าออกแบบหรือใช้วัสดุที่ไม่เข้ากับบ้าน จะทำให้บ้านหรูๆที่มีมูลค่าหลังล่ะหลายๆล้าน หมดความงามและคุณค่าทางสถาปัตยกรรมทำให้ดูกลายเป็นตึกแถวราคาถูกในทันที(ซึ่งขึ้นอยู่กลับรสนิยมของเจ้าของบ้านด้วยครับ)

 

ซุ้มระแนงไม้โรงรถหรือโรงรถระแนงไม้

คือโรงรถในรูปแบบที่ 2 ที่เป็นโครงสร้างเบา แต่ใช้ไม้จริงมาเป็นโครงสร้าง

ข้อดี เพราะเหตุที่ว่าไม้เป็นวัสดุที่มีความอ่อนช้อย สวยงาม ดูมีราคา และมีความเป็นกลาง สามารถเข้ากันได้กับบ้านในทุกแบบทุกสไตล์ไม่ว่าจะเป็น บ้านสไตล์โมเดิรน์บ้านสไตล์คอนเทมโพรารี่หรือบ้านสไตล์คลาสสิคประยุกต์หรือแม้กระทั่งบ้านทรงหรูหราแบบยุโรป รวมถึงบ้านสไตล์แบบไทยๆเราซึ่งแตกต่างจากงานโครงสร้างเหล็กหรือสแตนเลสที่มีข้อจำกัดในความเข้ากันของบ้านในแต่ล่ะสไตล์

ข้อเสียหนึ่ง สำหรับงานไม้ ราคาสูง และถ้าช่างไร้ฝีมือ ขาดความชำนาญและความเข้าใจเกี่ยวกับงานไม้ ต่อให้เป็นไม้ชั้นเลิศเพียงใด แต่ขาดความรู้และความเข้าใจในการออกแบบและฝีมือเจียรนัย งานไม้ที่ออกมาก็ไม่ต่างกับ ไม้ท่อนฟืนดีๆนี่เอง  และถ้าไม่เข้าใจในไม้ ไม่มีการป้องกันปลวกและความชื้น  รวมถึงใช้วัสดุราคาถูกจะทำให้ไม้มีอายุการใช้งานสั้นลงอีกด้วย

 

งานโรงรถโครงสร้างเหล็ก

ข้อดีของงานระแนงโครงสร้างเหล็กราคาถูกกว่างานไม้และสแตนเลส  และจะแข็งแรงถ้ามีการเชื่อมที่ดี  ทำงานได้รวดเร็วถ้าวางแผนดีๆเช่นกัน

ข้อเสีย เหล็กจะมีผิววัสดุที่หยาบและมีข้อจำกัดเพราะเป็นเหล็กกล่องกลวงทำให้งานดูแข็ง ไม่อ่อนช้อยสวยงามเหมือนไม้ที่สามารถทำโค้งหรือลายบัวได้งานเหล็กจะดูเป็นของราคาถูกเมื่อเทียบกับงานไม้สวยๆ(แต่เหล็กก็มีต้นทุนวัสดุที่ถูกกว่าไม้)และมีข้อจำกัดในการเข้ากับสไตล์บ้าน(ซึ่งขึ้นกับฝีมือในการออกแบบด้วย บ้านสไตล์โมเดริน์หรือคลาสิคบางหลังเมื่อมีการออกแบบดีๆใช้เหล็กเป็นส่วนประกอบก็ดูดีได้เช่นกัน)  ถ้าเชื่อมหรือกันสนิมไม่ดี จะมีโอกาสเป็นสนิมทำให้ผุพังได้เช่นกัน

 

เช่นเดียวกับโครงสร้างสแตนเลส

ข้อดีคือ ไม่ต้องกังวลเรื่องสนิม(เกรด 304)  เป็นโครงสร้างเบาที่ทำได้รวดเร็วเช่นงานเหล็กและงานไม้

แต่ข้อเสียคือ สแตนเลสดูมันวาวคม บาดตา มีข้อจำกัดในการเข้ากับสไตล์บ้านซึ่งไม่เหมาะกับอาคารประเภทพักอาศัย ตรงนี้เกิดจากความเข้าใจและค่านิยมที่ผิดว่าสแตนเลสจะไม่เป็นสนิมทำให้อยู่ได้ยืนยาวกว่า

ซึ่งในความเป็นจริงวัสดุทุกชนิดมีข้อดีและเสียและขึ้นกับการเลือกใช้และใช้สีให้เหมาะสม  ไม้และเหล็ก ก็จะมีอายุใช้งานที่ยืนยาวได้ถ้ารู้จักและมีการป้องกันที่ดี เช่นบ้านไม้สมัยก่อนมีอายุอยู่ได้เป็นสิบๆหรือเป็นร้อยปี  โครงสร้างสะพานต่างๆ ไฟจราจร หรือสิ่งที่ใช้ในชีวิตประจำวันเราล้วนเป็นเหล็กทั้งนั้น

สังเกตง่ายๆ  ถ้าเรามีโอกาสได้ดูหนังสือบ้านของต่างประเทศ  หรือ หนังหรือซีรี่ยส์ต่างๆของต่างประเทศ เราจะไม่เห็นบ้านสวยๆหลังใดๆ ใช้สแตนเลสมาทำเป็นโครงสร้างจอดรถ หรือประตูรั้วเลย มีแต่ใช้เหล็กและส่วนใหญ่ใช้ไม้จริงมาเป็นส่วนประกอบเท่านั้น!!  แปลกแต่จริง!! 

ความแตกต่างของงานโรงรถไม้ระแนงของเรา

สำหรับงานระแนงไม้โรงรถของเรานั้นเน้นการออกแบบที่เข้ากับบ้านในทุกสไตล์จากสถาปนิกและนักออกแบบมืออาชีพ  และฝีมือของคุณภาพงานไม้ระดับเฟอร์นิเจอร์เกรด ดูมีราคามีคุณค่าที่คู่ควรกับบ้านที่มีมูลค่าสูงผลิตโดยใช้ไม้เนื้อแข็งที่ทำจากโรงงาน แปรรูปด้วยเครื่องจักรและเครื่องมือที่ทันสมัย  มีการเคลือบน้ำยากันปลวก และพึ่งให้แห้งจากโรงงาน   รวมถึงขั้นตอนทำสีและสีที่ใช้มีคุณภาพสูงที่แตกต่างกับงานช่างไม้ทั่วๆไป ชนิดที่คุณพิสูจน์ได้ เมื่อประกอบกับวัสดุมุงหลังคา แบบต่างๆ ทั้งแบบโปร่งแสงและทึบแสง ทำให้ชิ้นไม้เสมือนอยู่ในร่มไม่โดนแดดโดนฝน ทำให้มีอายุใช้งานที่ยืนยาวนับสิบๆปี

และด้วยงานออกแบบและระบบการทำสำเร็จจากโรงงาน  พร้อมไปประกอบแบบน๊อคดาวน์ที่รวดเร็ว เมื่อถึงคิวติดตั้ง  สามารถไปประกอบที่หน้างานให้เสร็จ และไม่สร้างความเลอะเทอะที่หน้างานแต่อย่างใด โดยใช้เวลาติดตั้งเพียง 2-3 วันเท่านั้น!!(ในรายที่มีโครงสร้างลงเข็มอาจเพิ่มระยะเวลาอีก 1-2 วัน)

 

ปัญหาสำคัญหนึ่งที่พบ โรงรถเป็นสิ่งก่อสร้างที่อยู่หน้าบ้าน ในการปรับปรุง   หรือสร้าง หรือต่อเติม ขยับขยายโรงรถขึ้นมา สิ่งหนึ่งที่ควรต้องคำนึงถึงคือรูปแบบสถาปัตยกรรมที่สวยงามเข้ากับบ้านบ้านในโครงการหรูๆที่มีมูลค่าเป็นสิบๆล้าน หลายๆหลังต่อเติมโรงรถด้วยโครงเหล็ก หรือสแตนเลส  โครงสร้างปูน หรือแม้แต่งานไม้ระแนงก็ตาม  แต่ไร้การออกแบบที่ดีโดยปราศจากความสวยงามทางด้านสถาปัตยกรรม ทำให้บ้านหรูมูลค่าหลังล่ะหลายๆล้านเหล่านั้น ดูหมดราคาหมดมูลค่าไปด้วยสิ่งต่อเติมที่เป็นจุดบอดทางสถาปัตยกรรมทั้งนี้คงขึ้นอยู่ที่รสนิยมการให้ความสำคัญในเชิงความงามของสถาปัตยกรรมและงบประมาณของเจ้าของบ้านในแต่ละหลังด้วยครับว่าจะให้ความสำคัญกับบ้านสวยๆ มูลค่าหลักหลายๆล้านของเขาเพียงใด?

Related posts:

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติHTML: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>